ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เรื่องเล่า

แกะจากเทียน เพียงเพื่อแห่วันเดียว

ประติมากรรมเทียนนั้นใหญ่กว่ารถบรรทุก ทั้งชิ้นแกะจากขี้ผึ้ง สัตว์ในเทพนิยาย เรื่องราวทางพุทธศาสนา ลวดลายซับซ้อนจนมองครั้งเดียวไม่หมด และเหตุผลทั้งหมดที่มันมีอยู่ ก็เพียงเพื่อถูกเข็นออกสู่ถนนในเมืองอุบลในวันเข้าพรรษา แห่สักครั้ง เดินวนรอบมันหนึ่งรอบ ขี้ผึ้งเปล่งประกายนวลใต้แดดแรง อากาศมีกลิ่นเทียนปนธูปหวานเลี่ยน อดคิดไม่ได้ว่า มีคนใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะแกะชิ้นนี้ออกมา

เข้าพรรษาคือการเริ่มต้นการจำพรรษาของพระสงฆ์ไทย สามเดือนของฤดูฝนต่อจากนี้ พระจะอยู่ในวัดเพื่อปฏิบัติธรรมอย่างตั้งใจ ไม่เดินทางไกลอีก อุบลฉลองสิ่งนี้ด้วยประติมากรรมเทียนยักษ์มากว่าร้อยปี ตามประเพณีผู้ศรัทธาจะถวายเทียน ให้พระมีแสงอ่านพระธรรมในคืนฝนอันยาวนาน ต่อมาการถวายนี้ยิ่งทำยิ่งใหญ่ ยิ่งแกะยิ่งวิจิตร จนกลายเป็นวิหารเทียนเคลื่อนที่ตรงหน้านี้

ขบวนแห่กลางวันตีฆ้องกลอง ประติมากรรมเทียนผ่านหน้าไปทีละชิ้นช้า ๆ ลวดลายสีทองละเอียดเหลือเชื่อใต้แสงแดด ช่างหนุ่มคนหนึ่งเดินอยู่ข้างประติมากรรมของตัวเอง เป็นระยะก็เงยหน้าตรวจว่ามีตรงไหนถูกแดดเผาจนใกล้เสียรูปไหม สีหน้านั้น ราวกับกำลังดูแลเด็กคนหนึ่ง

เพื่อนไม่กี่คนตั้งใจแค่จะดูแป๊บเดียวแล้วไป กลับตามชิ้นแล้วชิ้นเล่าจากต้นถนนยันท้ายถนน แดดแรงจนหัวหมุน แต่ทุกครั้งที่ผ่านประติมากรรมชิ้นใหม่ ก็มีคนร้องว้าว แล้วหยุดเดินวนดูอีก คนขายน้ำแข็งเดินลัดเลาะในช่องว่างของขบวน หลายคนซื้อคนละแก้ว ยืนใต้ร่มเงา มองขี้ผึ้งสีทองเปล่งประกายเล็กน้อยในไอร้อน น้ำแข็งในมือละลายเร็ว น้ำหวานไหลตามผนังแก้วลงไปตามง่ามนิ้ว

เสียงฆ้องกลอง เสียงสวด เสียงขายของ ซ้อนกันไปหมด ร้อนจนมึน แต่ไม่มีใครเสนอว่าจะไป เพื่อนไม่กี่คนก็ยืน เดิน มอง แบบนั้น ไม่มีใครพูดอะไรมาก เพียงบางครั้งชี้ไปยังจุดที่ละเอียดเป็นพิเศษบนประติมากรรมชิ้นหนึ่ง แล้วยิ้มเข้าใจกัน บ่ายที่สบายจนไม่ต้องพูดอะไรแบบนั้น ที่จริงไม่ได้มีบ่อย

ขบวนจบลง ประติมากรรมถูกเข็นกลับไปตั้งโชว์ที่ลานกว้าง คนแกะมันก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ภูมิใจเป็นพิเศษ ราวกับเพิ่งทำสิ่งที่ควรทำเสร็จไปชิ้นหนึ่ง ถามชื่อเขาไม่ได้ แต่ผมคิดว่าคุณก็จะจำได้เหมือนพวกเรา ในเมืองที่เดิมไม่ได้ตั้งใจจะมานี้ มีคนเพื่อขบวนแห่วันเดียว ใช้ขี้ผึ้งกับเวลาหลายเดือน แกะสิ่งที่ยังไงก็ต้องค่อย ๆ ละลาย แล้วก็เต็มใจ มองมันละลายไป

เรื่องเล่า