ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เรื่องเล่า

ทั้งถนน แขวนร่มวาดมือเต็มไปหมด

เทศกาลร่มบ่อสร้าง

ยังไม่ทันเข้าบ่อสร้าง สิ่งที่เห็นก่อนคือร่ม ทั้งถนนแขวนร่มเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ สีแดง สีน้ำเงิน วาดเต็มไปด้วยดอกไม้และนก สีสันสดจนเกือบไม่จริงใต้แดดเชียงใหม่ในเดือนมกราคม อากาศแห้งและอุ่น พากลิ่นกระดาษสาและสีจาง ๆ ช่างใต้ร่มไม่เงยหน้า พู่กันในมือวาดบนหน้าร่มทีละเส้น เส้นที่ลงไปแทบไม่สั่น

บ่อสร้างคือหมู่บ้านทำร่มแถบสันกำแพงในเชียงใหม่ การทำร่มที่นี่มีมากว่าสองร้อยปี ซี่ร่มเหลาจากไม้ไผ่ หน้าร่มเป็นกระดาษสาทำมือทีละแผ่น ลวดลายล้วนวาดด้วยมือทีละเส้น เทศกาลร่มเดือนมกราคมทุกปี ทั้งหมู่บ้านเอางานฝีมือนี้มากางบนถนน แต่ไม่ใช่เพื่อโชว์ พวกเขาทำกันทุกวันอยู่แล้ว เพียงไม่กี่วันนี้บังเอิญแขวนออกมาหมด ให้คนที่ผ่านไปได้เห็น

นั่งยอง ๆ ดูที่แผงหนึ่งอยู่นาน ช่างหญิงสูงวัยคนหนึ่งกำลังร้อยด้ายร่มสีขาว ด้ายเส้นเล็กหลายสิบเส้นไขว้กันระหว่างซี่ไม้ไผ่ เธอไม่มองก็ร้อยเข้าได้ นิ้วมือราวกับมีความทรงจำของตัวเอง ร้อยด้ายเสร็จ ลงน้ำมันแล้ว เธอเงยหน้ามองครั้งหนึ่ง ถามว่าอยากให้วาดอะไรบนหน้าร่มไหม

มองเธอจุ่มสี ข้อมือทรุดลง เส้นหนึ่งก็ลงบนหน้าร่ม จากต้นจนจบไม่สั่นสักครั้ง นั่นไม่ใช่พรสวรรค์ แต่คือหลายสิบปี ท่าเดียวกันนี้ เธอคงทำมาหลายแสนครั้ง จนร่างกายจำได้ดีกว่าสมอง ช่างทั้งถนนเป็นแบบนี้ เงียบ ๆ วาดเวลาทีละเส้น ลงในร่มคันแล้วคันเล่า

กลิ่นสีจาง ปนกับกลิ่นอุ่นของไม้ไผ่และกระดาษสาที่ตากแดดมาทั้งวัน เธอวาดไม่เร็ว แต่ทุกเส้นลงอย่างมั่นคง ขอบกลีบดอกไม้วนมาหนึ่งรอบ ส่วนโค้งลื่นราวกับมันงอกอยู่ตรงนั้นมาแต่แรก แดดส่องเฉียงลงบนหน้าร่ม สีที่เพิ่งลงสดใส ยังไม่แห้ง

เธอคิดครู่หนึ่ง แล้ววาดดอกไม้ที่เรียกชื่อไม่ถูกลงบนร่มคันเล็กนั้น ถือร่มที่ยังไม่แห้งเดินออกจากบ่อสร้าง ร่มเบามาก เบาจนแทบไร้น้ำหนัก แต่ผมคิดว่าคุณก็จะเข้าใจว่า เส้นเบา ๆ เส้นนั้น เธอใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะวาดได้ลื่นและไม่ต้องออกแรงเพียงนี้ ความเบาบางอย่าง แลกมาด้วยเวลาที่หนักมาก

เรื่องเล่า